

https://www.youtube.com/watch?v=O5SpF6V9c-8
ถ้าอยากจะเห็นให้ชัดควรดาวน์โหลดคลิปจาก Youtube
ซึ่งจะเป็นไฟล์แบบ FLV จากนั้นจึงทำการเปิดด้วย
VLC Media Player จะสามารถทำภาพช้าได้ สังเกตุการก้าวขาของ Lei
ต่างจากของ Kleibrink ดูแล้ว Kleibrink
ก้าวขาได้คล่องแคล้วมากกว่า และแต่ละก้าวมีความมั่นคงมาก
ยกที่ ๑ Lei พยายามเข้าทำตรงหลายครั้งแต่ไม่ถึงเป้า จนในจังหวะสุดท้ายในจังหวะที่ Lei
เข้าทำพร้อมกับ Kleibrink ก็เดินเข้าหา แต่ Kleibrink
แทนที่จะออกดาบแต่เข้าไปปัดดาบในระยะใกล้มากคือแถบจะตัวถึงกัน
จากนั้น Kleibrink จึงใช้เทคนิคโก่งตัวแทงในระยะใกล้ในขณะที่
Lei ไม่สามารถจะทำอะไรได้เพราะ Lei ไม่ได้เตรียมการที่จะแทงในระยะใกล้
แต่โชคดีที่ Kleibrink แทงไม่เข้าเป้า
สุดท้าย Kleibrink เข้าทำได้เร็วกว่า Lei
จึงได้แต้มไปในปลาย
ยกที่ ๑ ข้อสังเกตุก็คือ ในจังหวะสุดท้ายที่ Lei เสียแต้มนั้น
เป็นในขณะที่เขากำลังเดินหน้าแต่ไม่ได้เตรียมการเข้าทำ แต่ Kleibrink พร้อมเข้าทำทันทีด้วยการลันจ์แทง ดูแล้วทาง Kleibrink จับจังหวะการเดินหน้าของ Lei ได้ทำให้การลันจ์แทงแบบง่ายๆ
ของเขาได้ผล ซึ่งเทคนิคนี้ก็เพียงแต่จับจังหวะการเดินหน้าของ Lei ให้ได้เท่านั้น คือในจังหวะที่ Lei เดินหน้าก็ลันจ์แทงทันที
พูดเหมือนง่าย แต่ต้องฝึกจากสายตา
และการตอบสนองให้ทำงานร่วมกับร่างกายอย่างอัตโนมัติ
ยกที่ ๒ ในยกสอง
Lei เดินหน้าเข้าแทงอีก แต่ Kleibrink ยกดาบป้องกันแนวในตลอดเวลา
เนื่องจากทั้งคู่เป็นนักดาบมือซ้ายการแทงด้านนอกหรือแนวหลังไม่ถนัด แต่ Lei
ก็พยายามเดินชิดด้านซ้ายของตนเพื่อให้เห็นเป้า การการ์ดของ Lei
นั้นจะพยายามไม่ให้ Kleibrink เข้ามาใกล้
ในขณะที่ Kleibrink การ์ดป้องกันใกล้ตัวมากและพร้อมปัดดาบให้พ้นจากเป้าด้านในตลอดเวลาแม้กระทั้งเขาเดินหน้าเข้าหา
ในยกนี้ Kleibrink ก็คงใช้เทคนิคเหมือนเดิมคือ
ในขณะที่ Lei เดินเข้าหา ตัว Kleibrink จะลันจ์เข้าทันทีในขณะที่เขากำลังถอยแต่ครั้งแรกยังไม่ได้แต้ม ทำให้ Lei
รุกไล่ลันจ์แต่การรุกไล่ของเขาเป็นแบบต่อเนื่องและพุ่งเป้าไปที่เป้าด้านในตลอดจึงทำให้
Kleibrink ปัดป้องได้ตลอด อย่างไรก็ตามสุดท้าย Kleibrink
รุกไล่เข้าทำแต่ Lei ชิงจังหวะเข้าทำ จนทำให้ Kleibrink
ชงักเพื่อรับดาบหนึ่งจังหวะแล้วทั้งคู่ลงดาบพร้อมกัน
ไฟขึ้นทั้งสองข้างผู้ตัดสินให้คะแนนกับ Lei คะแนนจึงไล่มาเท่ากัน
๑-๑
ยกที่ ๓ ในช่วงแรกผลัดกันเข้าทำแต่ถูกนอกเป้าหลายครั้ง
ในจังหวะสุดท้าย Kleibrink ใช้เทคนิคเดิมคือ ลันจ์เข้าทำในขณะที่
Lei กำลังเตรียมการเข้าทำ จึงทำให้ Kleibrink ได้แต้มไปในที่สุด จึงทำให้ Kleibrink นำไปเป็น ๒
ต่อ ๑
ยกที่ ๔ ในจังหวะสุดท้าย
Kleibrink เข้าทำในขณะที่ Lei สวนดาบไฟขึ้นสองข้าง
แต่กรรมการให้สิทธิแก่ Lei ทำ counter attack เขาจึงได้แต้ม ซึ่งหากดูภาพช้าแล้วก็เห็นชัดว่า Kleibrink เข้าทำในจังหวะสุดท้ายไฟเขียวขึ้นทันที ในขณะที่ไฟสีแดงขึ้นตามมา
คะแนนขณะนี้จึงขึ้นมาเป็น ๒ คะแนนเท่ากัน
ยกที่ ๕ ในจังหวะสุดท้ายที่
Lei เข้าทำแต่ถูก Kleibrink ปัดดาบในระยะใกล้แล้วหันตัวแทงวงในทำให้เขาได้แต้ม
ซึ่งการเล่นวงในแบบนี้ทำให้ Kleibrink ได้เปรียบ Lei มาก เพราะเขามักจะสู้วงในไม่ดีนัก
หากนักดาบไทยหัดเล่นวงในร่วมกับการปัดดาบก็จะเป็นประโยชน์มากในการเล่นกับ Lei
ตอนนี้จึงทำให้ Kleibrink นำไปเป็น ๓ ต่อ ๒
ยกที่ ๖ จังหวะสุดท้าย
Kleibrink เข้าทำตรงไฟขึ้นทันทีในขณะที่ Lei สวนดาบด้วยการแฟลชสวนมา เขาจึงเสียแต้มไป Kleibrink จึงนำมาเป็น
๔ ต่อ ๒
ยกที่ ๗ จังหวะสุดท้าย
Lei ลันจ์เข้าแทงในขณะที่ Kleibrink เอียงตัวหลบเล็กน้อยพร้อมกับแทงสกัดสวน
ไฟเขียวขึ้นข้างเดียว ทำให้ Kleibrink นำต่อไปเป็น ๕ ต่อ ๒
ยกที่ ๘ จังหวะสุดท้าย
Lei ลันจ็เข้าแทงในขณะที่ Kleibrink ก้มตัวแทงสกัดไฟขาวขึ้นนอกเป้า
ไฟแดงข้าง Lei ขึ้นในขณะที่เข้าทำ สิทธิเป็นของ Lei เขาจึงไล่มาเป็น ๓ ต่อ ๕
ยกที่ ๙ จังหวะสุดท้าย
Lei ลันจ์เข้าทำไฟแดงขึ้น ในขณะที่ Kleibrink พยายามแทงสกัด สิทธิเป็นของ Lei เขาจึงไล่ขึ้นมาเป็น
๔ ต่อ ๕
ยกที่ ๑๐ จังหวะสุดท้าย
Kleibrink
เดินหน้าเหมือนจะเข้าทำ Lei แต่ทั้งคู่กลับทำการรับดาบ
แต่ในขณะที่มั่ววงในอยู่นั้น Kleibrink แทงโดนก่อนจึงทำให้
เขาหนีไปเป็น ๖ ต่อ ๔
ยกที่ ๑๑ จังหวะสุดท้าย
Lei ลันจ์เข้าทำแต่ Kleibrink รับดาบได้แต่
Lei แทนที่จะกลับไปรับดาบ เขากลับถอยแล้วแทงซ้ำ ซึ่ง Kleibrink
ก็ปัดป้องได้อีก แต่ในที่สุด Lei แทงเข้าเป้าไฟแดงขึ้น
ในขณะนั้น Kleibrink ก็แทงเข้าเป้าไฟเขียวขึ้นตามมา
แต่สิทธิเป็นของ Kleibrink เขาจึงนำต่อไปเป็น ๗ ต่อ ๔
ยกที่ ๑๒ จังหวะที่
Lei กำลังเดินหน้าเข้าทำนั้น Kleibrink ย่อตัวแทงสกัด ไฟเขียวขึ้นข้างเดียว เขาจึงนำไปเป็น ๘ ต่อ ๔
ยกที่ ๑๓ จังหวะที่
Kleibrink กำลังเตรียมการเข้าทำนั้น Lei ลันจ์แทงถูกเป้าไฟแดงขึ้น ในขณะที่ Kleibrink ออกดาบทีหลังตามมา
สิทธิเป็นของ Lei เขาจึงไล่มาเป็น ๕ ต่อ ๘
แลั้วสู่กันต่อไปทำอะไรกันไม่ได้จึงหมดเวลาไป